วันจันทร์ที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

ดูกรภิกษุทั้งหลาย วิญญาณฐิติ ๗ ประการนี้ ๗ ประการเป็นไฉน

ดูกรภิกษุทั้งหลาย .......

.......สัตว์บางพวกมีกายต่างกัน มีสัญญาต่างกัน
เหมือนมนุษย์ เทวดาบางพวก และวินิปาติกสัตว์บางพวกนี้ เป็นวิญญาณฐิติข้อที่ ๑

.......สัตว์บางพวกมีกายต่างกัน แต่มีสัญญาอย่างเดียวกัน
เหมือนเทวดาชั้นพรหมกายิกา ผู้เกิดในภูมิปฐมฌาน นี้เป็นวิญญาณฐิติข้อที่ ๒

.......สัตว์บางพวกมีกายอย่างเดียวกัน แต่มีสัญญาต่างกัน
เหมือนเทวดาชั้นอาภัสสระ นี้เป็นวิญญาณฐิติข้อที่ ๓

.......สัตว์บางพวกมีกายอย่างเดียวกัน มีสัญญาอย่างเดียวกัน
เหมือนเทวดาชั้นสุภกิณหะ นี้เป็นวิญญาณฐิติข้อที่ ๔

.......สัตว์บางพวกเข้าถึงอากาสานัญจายตนะ โดยมนสิการว่า อากาศไม่มีที่สุด
เพราะล่วงรูปสัญญาโดยประการทั้งปวง เพราะดับปฏิฆสัญญาเสียได้
ไม่ใส่ใจถึงนานัตตสัญญา นี้เป็นวิญญาณฐิติข้อที่ ๕

.......สัตว์บางพวกเข้าถึงชั้นวิญญาณัญจายตนะ โดยมนสิการว่า วิญญาณไม่มีที่สุด
เพราะล่วงอากาสานัญจายตนะโดยประการทั้งปวง นี้เป็นวิญญาณฐิติข้อที่ ๖

.......สัตว์บางพวกเข้าถึงชั้นอากิญจัญญายตนะ โดยมนสิการว่าไม่มีอะไรๆ
เพราะล่วงวิญญาณัญจายตนะโดยประการทั้งปวง นี้เป็นวิญญาณฐิติข้อที่ ๗

ดูกรภิกษุทั้งหลาย วิญญาณฐิติ ๗ ประการนี้แล ฯ

วันพฤหัสบดีที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2552

วิสุทธิ ๗

วิสุทธิ ๗ หมายถึง ความบริสุทธิ์ในการประพฤติพรหมจรรย์ ที่เป็นผลมาจากการเจริญวิปัสสนากัมมัฏฐาน เพื่อชำระกาย วาจา ใจ รวมถึงปัญญาให้บริสุทธิ์ มี ๗ ประการ คือ
๑।สีลวิสุทธิ ความหมดจดแห่งศีล หมายถึง ความบริสุทธิ์ที่ได้จากการรักษาปริสุทธิศีล ( ปาติโมกขสังวร อินทรียสังวร อาชีวปาริสุทธิ ปัจจยเวกขณ์ ) มิให้ขาดตกบกพร่อง หรือการรักษาศีลตามเพศภาวะของตนไว้อย่างเคร่งครัด สำรวมระวังมิให้ขาดด่างพร้อย
๒।จิตตวิสุทธิ ความหมดจดแห่งจิต หมายถึง ความบริสุทธิ์ที่ได้จากการรักษาจิตให้สงบ ตั้งมั่นอยู่ในอารมณ์ของกัมมัฏฐาน เป็นจิตประกอบด้วยสมาธิ ในขณิกสมาธิ อุปจารสมาธิ และอัปปนาสมาธิ มีความบริสุทธิ์จากนิวรธรรม เหมาะเป็นปทัฏฐานแห่งวิปัสสนา
๓।ทิฏฐิวิสุทธิ ความหมดจดแห่งทิฏฐิ หมายถึง ความบริสุทธิ์ที่ได้จากการทำความเห็นให้ถุกต้อง เป็นปัญญาที่รู้ตามความเป็นจริงว่า รูป มีความแปรผันเป็นลักษณะ นาม มีการน้อมไปเป็นลักษณะ เป็นต้น เป็นการกำหนดรู้รูปนามตามกฎของสามัญลักษณะ เรียกอีกอย่างว่า "นามรูปปริจเฉทญาณ" ญาณที่กำหนดเห็นว่าตนอื่นนอกจาก นามรูป ไม่มี
๔।กังขาวิตรณวิสุทธิ ความหมดจดแห่งญาณเป็นเครื่องข้ามพ้นความสงสัย หมายถึง ความบริสุทธิ์ของปัญญา ที่รู้เหตุปัจจัย ซึ่งทำให้รูปนามที่เป็นอารมณ์นั้นปรากฎขึ้น เป็นเหตุให้ละความสงสัย ในสักกายทิฏฐิ ความเป็นตัวตนของรูปนาม ทั้งที่เป็นอดีต ปัจบัน และจักมีในอนาคตลงได้
๕।มัคคามัคคญาณทัสสนวิสุทธิ ความหมดจดแห่งญาณ เป็นเครื่องเห็นว่าทางหรือมิใช่ทาง หมายถึง ความบริสุทธิ์ของปัญญา ที่รู้ธรรมพิเศษว่าเป็นทางหรือไม่เป็นทาง คือ เมื่อหมดความสงสัยรูปนามในอดีต อนาคต แล้วเห็นปัจจุบันธรรม ก็ตั้งใจพิจารณาให้รู้แน่นอนว่า ทางไหนถูก ทางไหนผิด
พระคันถรจนาจารย์ท่านอธิบายว่า พระโยคาวจรที่เจริญวิปัสสนามาถึงขั้น กังขาวิตรณวิสุทธิแล้ว เมื่อสมาธิฟอกจิตให้ผ่องใสแล้ว ก็จะประสบวิปัสสนูกิเลส ๑๐ อย่าง ซึ่งล้วนแล้วแต่ประณีต ทำให้บางครั้งหลงสำคัญตนไปว่าตนได้บรรลุฌานมรรคผล ทั้งที่จริงเป็นทางที่ผิด เพราะวิปัสสนูกิเลส ๑๐ นั้น หากหลงยึดติดมันเป็นกิเลสเครื่องกั้นจิตไม่ให้เข้าถึงมรรคผลนิพพาน
๖।ปฏิปทาญาณทัสสนวิสุทธิ ความหมดจดแห่งญาณ เป็นเครื่องเห็นทางปฏิบัติ หมายถึง ความบริสุทธ์ของปัญญาที่รู้ทางปฏิบัติได้อย่างถูกต้อง คือ เมื่อรู้ว่านี้เป็นทางปฏิบัติที่ถูก ก็น้อมจิตสู่วิปัสสนาญาณ ยกรูปนามขึ้นเป็นอารมณ์ด้วยวิปัสสนาญาณ ๙ ในที่สุดย่อมเห็นโลกุตตรธรรม ที่เรียกว่า โคตรภูญาณ
๗।ญาณทัสสนวิสุทธิ ความหมดจดแห่งญาณทัสสนะ หมายถึง ความบริสุทธิ์ของปัญญา ที่มีนิพพานเป็นอารมณ์ เป็นเหตุให้เข้าถึงความดับกิเลสตัณหาละสังโยชน์ได้สิ้นเชิง คือ เป็นญาณของอริยมรรค ๔ ( โสดาปัตติมรรค, สกทาคามิมรรค, อนาคามิมรรค, อรหันตตมรรค ) ที่เป็นเหตุให้ตัดสังโยชน์ได้ตามอริยมรรคนั้นๆ


วันพฤหัสบดีที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

วิญญาณฐิติ ๗

วิญญาณฐิติ หมายถึง ภูมิอันเป็นที่ตั้งแห่งวิญญาณ ที่ตั้งแห่งปฏิสนธิวิญญาณ มีสิ่งควรกำหนดความแตกต่างกันดังนี้
๑. สัตว์บางพวก มีกายต่างกัน ได้แก่มีร่างกาย ตัวตนที่แตกต่างกันไป สูง ต่ำ ดำ ขาว อ้วน ผอม พิการ สมบูรณ์ เป็นรูปลักษณ์ภายนอกที่เห็นได้ทั่วไป ดังเช่น คนไทย กับฝรั่ง นิโกร เป็นต้น
๒. สัตว์บางพวก มีสัญญาต่างกัน ได้แก่มีการรู้ และรับอารมณ์ที่แตกต่างกันไป ดี ชั่ว ประณีต หยาบ เพราะสัตว์เหล่านี้ถือว่าเป็นปุถุชนอยู่ ยังมีกิเลสหนาปัญญาหยาบแตกต่างกันไปเป็นลำดับชั้น ท่านจัดไว้ ๗ ประเภท ตามลักษณะของสัตว์ที่ยังมีสัญญาอยู่ ดังนี้
๑. ประเภทที่มีกายต่างกันมีสัญญาต่างกัน ได้แก่ มนุษย์ เทวดาในสวรรค์ชั้นฉกามาวจร ( จาตุมหาราช-ปรนิมมิตวสวัตดี ) และพวกเวนิกเปรต ที่พ้นจากอบายภูมิ ๔
๒. ประเภทที่มีกายต่างกัน มีสัญญาอย่างเดียวกัน ได้แก่ พรหมผู้เกิดในชั้นปฐมฌานภูมิ ๓ ชั้น คือ พรหมปาริสัชชา, พรหมปโรหิตา, มหาพรหม
๓. ประเภทที่มีกายอย่างเดียวกัน แต่มีสัญญาต่างกัน ได้แก่ พรหมผู้เกิดในชั้นทุติยฌานภูมิ คือ อาภัสสรพรหม
๔. ประเภทที่มีกายอย่างเดียวกัน มีสัญญาอย่างเดียวกัน ได้แก่ พรหมผู้เกิดในชั้นตติยฌานภูมิ คือ สุภกิณหพรหม
๕. ประเภทที่เข้าถึงอากาสานัญจยตนฌาน ได้แก่ อรูปพรหมผู้เกิดในอรูปาวจรภูมิชั้นที่ ๑ ด้วยฌานที่กำหนดอากาศ คือช่องว่างอันหาที่สุดมิได้เป็นอารมณ์
๖. ประเภทที่เข้าถึงวิญญาณณัญจายตนฌาน ได้แก่ อรูปพรหมผู้เกิดในอรูปาวจรภูมิชั้นที่ ๒ ด้วยฌานที่กำหนดวิญญาณอันหาที่สุดมิได้เป็นอารมณ์
๗. ประเภทที่เข้าถึงอากิญจัญญายตนฌาน ได้แก่ อรูปพรหมผู้เกิดในอรูปาวจรภูมิชั้นที่ ๓ ด้วยฌานที่กำหนดภาวะที่ไม่มีอะไร ( ความว่าง ) เป็นอารมณ์